บริการด้านผิวพรรณ
FracRevive® BY DR. NIDA
2-Step Q-Switched Rejuvenation • Tone • Texture • Downtime น้อย
2-Step Q-Switched Rejuvenation •
Tone • Texture • Downtime น้อย
โปรแกรมฟื้นฟูผิวแบบ 2 ขั้นตอนที่ผสาน Full-beam และ Fractional Q-switched Nd:YAG
เพื่อฟื้นฟู Complexion ปรับ Texture และคุณภาพผิวโดยรวม โดยมี Downtime น้อย
โปรแกรมฟื้นฟูผิวแบบ 2 ขั้นตอนที่ผสาน Full-beam และ Fractional Q-switched Nd:YAG เพื่อฟื้นฟู Complexion ปรับ Texture และคุณภาพผิวโดยรวม โดยมี Downtime น้อย
แนะนำโปรแกรม
ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องใช้ Aggressive Resurfacing เพื่อให้ผิวดูสดชื่นขึ้น ปัญหาผิวหมอง Texture ระยะเริ่มต้น รูขุมขนเห็นชัด หรือความไม่เรียบเนียนเล็ก ๆ อาจเหมาะกับ Controlled Rejuvenation ที่กระทบชีวิตประจำวันน้อย FracRevive® คือ 2-Step Treatment ของ Fotona ที่ผสาน Full-beam และ Fractional Q-switched Nd:YAG โดย Full-beam ดูแลพื้นที่กว้าง ขณะที่ Fractional Component สร้าง Microscopic Treatment Zones แบบเฉพาะจุด จึงให้การกระตุ้นสองรูปแบบที่เสริมกันโดยไม่ต้องมี Recovery เท่ากับ Deep Ablative Resurfacing
ความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
“หมอไม่ได้คิดว่าทุกคนต้องทำ Strong Peel เพื่อให้ Skin Quality ดีขึ้นค่ะ ถ้าปัญหาหลักคือความหมอง สีผิวไม่สม่ำเสมอเล็กน้อย รูขุมขน หรือ Texture ระยะเริ่มต้น การใช้ Q-switched Combination แบบควบคุมอาจเหมาะกับคนที่อยากให้ผิวดูสดชื่นขึ้นแต่มี Downtime จำกัด สิ่งสำคัญคือเลือกพลังงานตามผิว ไม่ใช้ค่าเดียวกับทุก Complexion ค่ะ”
— หมอนิดา
อ่านต่อ
ที่ Nida Esth’ International การออกแบบการรักษาเป็นแบบ Physician-led และ Personalized โดยทีมแพทย์ได้รับ Professional Recognition จากรางวัลในกลุ่ม Global Health Aesthetic / Global Health Asia Pacific และ HELLO! Thailand ในด้านเวชศาสตร์ความงาม เทคโนโลยีเลเซอร์ และการดูแลด้านความงาม ทั้งนี้รางวัลเป็นส่วนหนึ่งของประวัติและมาตรฐานของ Medical Centre ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ของแต่ละบุคคล
คืออะไร?
FracRevive® คือ 2-Step Skin Rejuvenation ของ Fotona ที่ใช้ทั้ง Full-beam และ Fractional Q-switched Nd:YAG โดย Q-switched Delivery ให้ Pulse ที่สั้นมากและมี Peak Power สูง ขั้นตอนหนึ่งกระจายพลังงานในพื้นที่กว้าง ขณะที่ Fractional Step แบ่งพลังงานเป็น Treatment Zones ขนาดเล็ก การผสานสองรูปแบบนี้ออกแบบเพื่อฟื้นฟู Complexion และ Texture โดยคง Recovery ให้น้อยกว่า Aggressive Ablative Resurfacing
Personalization มีความสำคัญ เพราะแม้ใช้ Laser Platform เดียวกัน แต่ Pulse Duration, Energy, Spot Size, Treatment Density และจำนวน Pass ที่แตกต่างกันสามารถสร้าง Biological Effect ที่ต่างกันได้ คนสองคนอาจบอกว่ามีปัญหาคล้ายกัน แต่มี Skin Thickness, Anatomy, Pigmentation Tendency, ประวัติหัตถการ และความสามารถในการรับ Downtime ไม่เหมือนกัน แพทย์จึงควรเลือก Treatment Endpoint ให้เหมาะกับแต่ละคน มากกว่าคัดลอก Setting เดียวกันทั้งหมด
ทำงานอย่างไร?
Full-Beam Q-Switched Treatment
ให้ Q-switched Nd:YAG แบบ Broad Pass ครอบคลุม Treatment Area ตาม Wavelength และ Settings ที่เลือก
เพื่อสนับสนุน Complexion ที่ดูใสและสม่ำเสมอขึ้น พร้อม Generalized Skin Stimulation
ให้ Q-switched Nd:YAG แบบ Broad Pass ครอบคลุม Treatment Area ตาม Wavelength และ Settings ที่เลือก เพื่อสนับสนุน Complexion ที่ดูใสและสม่ำเสมอขึ้น พร้อม Generalized Skin Stimulation
Fractional Q-Switched Treatment
Fractional Pass รวมพลังงานเป็น Microscopic Zones ที่แยกจากกัน เพิ่ม Targeted Remodeling Stimulus
สำหรับ Texture, Pores และ Minor Imperfections โดยคงเนื้อเยื่อระหว่างจุดไว้ค่อนข้างมาก
Fractional Pass รวมพลังงานเป็น Microscopic Zones ที่แยกจากกัน เพิ่ม Targeted Remodeling Stimulus สำหรับ Texture, Pores และ Minor Imperfections โดยคงเนื้อเยื่อระหว่างจุดไว้ค่อนข้างมาก
Controlled Recovery
เนื่องจากไม่ได้ออกแบบเป็น Deep Full-field Ablation Visible Recovery จึงมักจำกัดกว่า
แต่ยังอาจมี Redness, Warmth, Dryness หรือ Sensitivity ชั่วคราว และต้องให้ความสำคัญกับ Sun Protection
เนื่องจากไม่ได้ออกแบบเป็น Deep Full-field Ablation Visible Recovery จึงมักจำกัดกว่า แต่ยังอาจมี Redness, Warmth, Dryness หรือ Sensitivity ชั่วคราว และต้องให้ความสำคัญกับ Sun Protection
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
เป้าหมายคือ Improvement ที่เหมาะกับแต่ละคน ไม่ใช่ Standardized Transformation บางการเปลี่ยนแปลงอาจเห็นได้ค่อนข้างเร็ว ขณะที่ Collagen Remodeling หรือ Tissue Adaptation มักพัฒนาค่อยเป็นค่อยไป Final Result ขึ้นอยู่กับ Baseline Anatomy, อายุ, Skin/Tissue Quality, Parameters และ Biological Response ของแต่ละคน
เป้าหมายคือ Improvement ที่เหมาะกับแต่ละคน
ไม่ใช่ Standardized Transformation
บางการเปลี่ยนแปลงอาจเห็นได้ค่อนข้างเร็ว
ขณะที่ Collagen Remodeling หรือ
Tissue Adaptation มักพัฒนาค่อยเป็นค่อยไป
Final Result ขึ้นอยู่กับ Baseline Anatomy, อายุ,
Skin/Tissue Quality, Parameters และ
Biological Response ของแต่ละคน
- Complexion ดูสดชื่นและใสขึ้น
- Tone ดูสม่ำเสมอขึ้น
- Texture และ Pore Appearance ดูละเอียดขึ้น
- Minor Visible Imperfections ดูดีขึ้น
- Skin Refreshment แบบ Low Downtime
ผลลัพธ์ระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Treatment Session เพียงอย่างเดียว แสงแดด การสูบบุหรี่ Skincare ฮอร์โมน อายุ โภชนาการ การนอน และ Aging ในอนาคตยังมีผลต่อ Tissue Quality การ Follow-up ช่วยให้แพทย์เปรียบเทียบภาพ ประเมิน Response และตัดสินใจว่าจะ Repeat, Modify หรือ Stop Protocol ดังนั้น Maintenance ควรเป็น Individualized มากกว่ากำหนดแบบอัตโนมัติให้ทุกคน
ผลลัพธ์ระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Treatment
Session เพียงอย่างเดียว แสงแดด การสูบบุหรี่
Skincare ฮอร์โมน อายุ โภชนาการ การนอน และ
Aging ในอนาคตยังมีผลต่อ Tissue Quality
การ Follow-up ช่วยให้แพทย์เปรียบเทียบภาพ
ประเมิน Response และตัดสินใจว่าจะ Repeat,
Modify หรือ Stop Protocol ดังนั้น
Maintenance ควรเป็น Individualized
มากกว่ากำหนดแบบอัตโนมัติให้ทุกคน
เหมาะกับใคร?
Ideal Candidate คือผู้ที่ปัญหาสอดคล้องกับ Mechanism ของโปรแกรมและเข้าใจข้อจำกัดของ Non-surgical Laser อย่างสมจริง ควร Consult โดยละเอียด
หากมี Significant Laxity, Active Disease, Pregnancy, เพิ่งทำหัตถการอื่น ใช้ยาที่มีผลต่อการหายของแผล หรือมี Clinical Factors อื่น
• ผิวหมองหรือดูเหนื่อย
• มี Mild Uneven Tone
• Pores เห็นชัดและ Early Texture Change
• ต้องการ Rejuvenation ที่มี Limited Downtime
• ยังไม่จำเป็นต้องทำ Aggressive Ablative Resurfacing
Treatment Plan ที่รับผิดชอบควรพิจารณาด้วยว่าเลเซอร์ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ หากมี Excess Skin มาก Structural Descent ระดับสูง Major Volume Deficiency,
Active Skin Disease หรือภาวะทางการแพทย์อื่น อาจต้องใช้แนวทางที่ต่างออกไป การกำหนดขอบเขตให้ชัดช่วยลด Over-treatment
และทำให้เลือกได้ว่าควรใช้ Laser, Injectable, Minimally Invasive Procedure หรือ Surgery ตามความรุนแรงและต้นเหตุของปัญหา
Ideal Candidate คือผู้ที่ปัญหาสอดคล้องกับ Mechanism ของโปรแกรมและเข้าใจข้อจำกัดของ Non-surgical Laser อย่างสมจริง ควร Consult โดยละเอียด หากมี Significant Laxity, Active Disease, Pregnancy, เพิ่งทำหัตถการอื่น ใช้ยาที่มีผลต่อการหายของแผล หรือมี Clinical Factors อื่น
• ผิวหมองหรือดูเหนื่อย
• มี Mild Uneven Tone
• Pores เห็นชัดและ Early Texture Change
• ต้องการ Rejuvenation ที่มี Limited Downtime
• ยังไม่จำเป็นต้องทำ Aggressive Ablative Resurfacing
Treatment Plan ที่รับผิดชอบควรพิจารณาด้วยว่าเลเซอร์ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ หากมี Excess Skin มาก Structural Descent ระดับสูง Major Volume Deficiency, Active Skin Disease หรือภาวะทางการแพทย์อื่น อาจต้องใช้แนวทางที่ต่างออกไป การกำหนดขอบเขตให้ชัดช่วยลด Over-treatment และทำให้เลือกได้ว่าควรใช้ Laser, Injectable, Minimally Invasive Procedure หรือ Surgery ตามความรุนแรงและต้นเหตุของปัญหา
STEPS OF TREATMENT
STEP 1
ประเมิน Skin และ Pigment Risk
STEP 2
เลือก Q-switched Parameters
STEP 3
ทำ Full-beam Rejuvenation Pass
STEP 4
ทำ Fractional Q-switched Pass
STEP 5
Cooling และ Soothing Care
STEP 6
เพิ่ม Hydration และ Sun Protection หลังทำ
การเตรียมตัวและ Aftercare แตกต่างตาม Parameters ที่เลือก ควรแจ้ง Recent Procedures, Medications และ Medical History
ที่เกี่ยวข้องก่อนทำ หลังเลเซอร์ควรหลีกเลี่ยงการระคายเคืองที่ไม่จำเป็นและปฏิบัติตาม Physician-directed Aftercare
การเตรียมตัวและ Aftercare แตกต่างตาม Parameters ที่เลือก ควรแจ้ง Recent Procedures, Medications และ Medical History ที่เกี่ยวข้องก่อนทำ หลังเลเซอร์ควรหลีกเลี่ยงการระคายเคืองที่ไม่จำเป็นและปฏิบัติตาม Physician-directed Aftercare
PERSONALIZED TREATMENT PLANNING
Patient Comfort และ Safety เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบการรักษา ความรู้สึกระหว่างทำอาจตั้งแต่อุ่น ไปจนถึงร้อนสั้น ๆ หรือคล้ายดีดยาง ขึ้นอยู่กับ Mode สามารถใช้
Comfort Measures ตามความเหมาะสม แต่เป้าหมายไม่ใช่การใช้พลังงานสูงที่สุด แพทย์จะบาลานซ์ Tolerability, Biological Endpoint และ Recovery Needs ของแต่ละคน
ที่ Nida Esth’ การวางแผนเน้น Individualized มากกว่า Device-led Program Name บอก Technology Platform แต่ Clinical Result ขึ้นอยู่กับการเลือก Treatment Zones,
Energy, Passes และ Combination ของแพทย์ ดังนั้น Consultation, Photography และ Follow-up จึงเป็นส่วนหนึ่งของ Treatment Process
Patient Comfort และ Safety เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบการรักษา ความรู้สึกระหว่างทำอาจตั้งแต่อุ่น ไปจนถึงร้อนสั้น ๆ หรือคล้ายดีดยาง ขึ้นอยู่กับ Mode สามารถใช้ Comfort Measures ตามความเหมาะสม แต่เป้าหมายไม่ใช่การใช้พลังงานสูงที่สุด แพทย์จะบาลานซ์ Tolerability, Biological Endpoint และ Recovery Needs ของแต่ละคน
ที่ Nida Esth’ การวางแผนเน้น Individualized มากกว่า Device-led Program Name บอก Technology Platform แต่ Clinical Result ขึ้นอยู่กับการเลือก Treatment Zones, Energy, Passes และ Combination ของแพทย์ ดังนั้น Consultation, Photography และ Follow-up จึงเป็นส่วนหนึ่งของ Treatment Process
คำถามที่พบบ่อย
FracRevive® เป็น Ablative Resurfacing ไหม?
ไม่ใช่ ใช้ Full-beam และ Fractional Q-switched Nd:YAG ไม่ใช่ Conventional Deep Ablative Resurfacing
ข้อดีของ 2 Steps คืออะไร?
Full-beam ให้ Broader Stimulation ส่วน Fractional สร้าง Focused Microscopic Treatment Zones จึงดูแล Complexion และ Texture ในรูปแบบที่เสริมกัน
ช่วย Pores ได้ไหม?
Fractional Component สามารถช่วยให้ Pore Appearance และ Mild Texture Irregularity ดูละเอียดขึ้นในคนที่เหมาะสม
มี Downtime ไหม?
Fotona ระบุว่าเป็น Minimal Downtime แต่อาจมี Temporary Redness, Warmth, Dryness หรือ Sensitivity
เหมาะกับ Pigmentation ไหม?
Q-switched Technology มีปฏิสัมพันธ์กับ Pigment แต่ Pigment Disorders ซับซ้อน โดยเฉพาะ Melasma และ PIH Risk จึงต้องประเมินเฉพาะบุคคล
ควรทำถี่แค่ไหน?
Interval ขึ้นอยู่กับ Indication, Intensity และ Skin Response บางคนอาจทำเป็น Series เมื่อต้องการ Gradual Improvement
บทความที่เกี่ยวข้อง



โปรแกรมยกกระชับใบหน้า ’60 นาที’ ‘คงความอ่อนเยาว์’ ดุจดั่งซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูด
ทำไมซูเปอร์สตาร์วัย 61 อย
แหล่งข้อมูลหลัก
อ้างอิงเทคโนโลยีหลักจาก Official Fotona Treatment Page
แหล่งข้อมูล FracRevive
ร่างเนื้อหานี้จัดทำเพื่อใช้เป็นข้อมูลบนเว็บไซต์ ไม่ทดแทนการปรึกษาแพทย์แบบเฉพาะบุคคล
ข้อบ่งชี้ Settings, Contraindications และ Expected Outcomes ควรได้รับการยืนยันโดยแพทย์ผู้ทำการรักษา
อ้างอิงเทคโนโลยีหลักจาก Official Fotona Treatment Page แหล่งข้อมูล FracRevive
ร่างเนื้อหานี้จัดทำเพื่อใช้เป็นข้อมูลบนเว็บไซต์ ไม่ทดแทนการปรึกษาแพทย์แบบเฉพาะบุคคล
ข้อบ่งชี้ Settings, Contraindications และ Expected Outcomes ควรได้รับการยืนยันโดยแพทย์ผู้ทำการรักษา