บริการศัลยกรรม

ศัลยกรรมตาสองชั้น

เสริมเสน่ห์ดวงตา เติมความงามให้ใบหน้า

แนะนำโปรแกรม

ที่ Nida Esth’ International ความงามเริ่มต้นจาก “ความแม่นยำ” และไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของใบหน้าได้อย่างลึกซึ้งเท่ากับ “ดวงตา” ศัลยกรรมตาสองชั้น หรือ Double Eyelid Surgery (Blepharoplasty) คือหนึ่งในหัตถการยอดนิยมที่สุดในเอเชียที่ออกแบบมาเพื่อสร้างรอยพับเปลือกตาที่ชัดเจน ทำให้ดวงตาดูโต สดใส และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

ภายใต้ความเชี่ยวชาญของ หมอปิยะ รังรักษ์ศิริ ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้ได้รับการรับรองระดับสากลและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมรอบดวงตา การผ่าตัดตาสองชั้นที่นี่จึงไม่ใช่แค่การปรับรูปตาให้สวยงาม แต่คือศิลปะแห่งการออกแบบใหม่ให้ใบหน้าได้สัดส่วนและกลมกลืนอย่างมีมิติ

ไม่ว่าคุณต้องการสร้างรอยพับชั้นตาให้ดูเป็นธรรมชาติ แก้ไขชั้นตาไม่เท่ากัน หรือปรับเปลือกตาที่เริ่มหย่อนคล้อย Nida Esth’ International มีแนวทางการรักษาที่เฉพาะบุคคล พร้อมเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

อัปเดตเทรนด์ความงาม

เทรนด์ความงามในปี 2025 เน้นความเป็นธรรมชาติและความละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ “ดวงตา” ซึ่งถือเป็นจุดโฟกัสของใบหน้า ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับลุคที่ดูอ่อนโยน สดใส แต่ยังคงเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ต้องการชั้นตาที่ใหญ่เกินจริงหรือดูเป็นตะวันตกมากเกินไป

แรงบันดาลใจจากเทรนด์เกาหลี (K-Beauty) ทำให้ความนิยมของ รอยพับชั้นตาที่อ่อนละมุน โค้งนุ่ม และเป็นธรรมชาติ เพิ่มสูงขึ้น เพราะสามารถสร้างความสดชื่นให้ดวงตาโดยไม่เสียความเป็นตัวตน

ที่ Nida Esth’ International เรามีการออกแบบชั้นตาแบบเฉพาะบุคคล โดยวิเคราะห์จากโครงสร้างกระดูกใบหน้า ความหนาของเปลือกตา และองศาดวงตา เพื่อให้ได้ชั้นตาที่กลมกลืนทั้งเวลาลืมตาและหลับตา ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่เพียง “สวย” แต่ยัง “สมดุล” อย่างเป็นธรรมชาติ

ความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หมอปิยะ รังรักษ์ศิริ กล่าวว่า “ความงามของตาสองชั้นอยู่ที่ ‘สัดส่วนและความกลมกลืน’ รอยพับที่ดีไม่ใช่เพียงต้องเห็น แต่ต้องเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติกับทุกการกระพริบของตา”

หมอปิยะให้ความสำคัญกับความแตกต่างของแต่ละบุคคล โดยจะวิเคราะห์ลักษณะเปลือกตาและกล้ามเนื้ออย่างละเอียดก่อนการผ่าตัด เพราะไม่มีดวงตาคู่ใดเหมือนกัน 100% และเทคนิคเดียวไม่สามารถใช้ได้กับทุกคน

ปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการออกแบบ ได้แก่

  • ระดับความสูงและองศาของชั้นตา
  • ปริมาณไขมันและผิวหนังส่วนเกิน
  • ความไม่สมมาตรของเปลือกตาทั้งสองข้าง
  • ความสัมพันธ์ของดวงตากับโครงหน้า

 

ด้วยเทคนิคการผ่าตัดระดับไมโครและการใช้กล้องขยายความละเอียดสูง หมอปิยะสามารถสร้างรอยพับที่เรียบเนียนและเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดการเกิดแผลเป็น พร้อมคงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของผู้รับการผ่าตัด

BEFORE and AFTER GALLERY

Nida Esth

เพิ่มเพื่อนเพื่อ
รับสิทธิ์พิเศษ

เฉพาะผู้ที่ทำการนัดหมายและเข้ารับบริการ
Skin Treatment Program

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ติดต่อเราวันนี้

โทร:: +662-252-221

เวลาทำการ:

อังคาร – เสาร์ 9:00 – 18:00 น.
อาทิตย์ – จันทร์ 9:00 – 17:00 น.

ศัลยกรรมตาสองชั้นคืออะไร

ศัลยกรรมตาสองชั้น หรือ Upper Blepharoplasty คือการสร้างหรือปรับรอยพับบนเปลือกตาบนให้เห็นเป็นชัดเจนมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีตาชั้นเดียว หนังตาตก หรือมีไขมันส่วนเกินที่ทำให้ดวงตาดูเล็กและล้า

ที่ Nida Esth’ International ใช้เทคนิคหลัก 2 รูปแบบ โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ได้แก่

  • เทคนิคแบบไม่กรีด (Non-Incisional Method)
    เป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่มีผิวหนังตาไม่หนาและไม่มีไขมันส่วนเกินมากนัก แพทย์จะใช้ไหมเย็บผ่านรูเล็กๆ เพื่อสร้างรอยพับชั้นตาโดยไม่ต้องกรีดผิวหนัง ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ฟื้นตัวเร็ว และสามารถปรับแก้ภายหลังได้

  • เทคนิคแบบกรีด (Incisional Method)
    เหมาะกับผู้ที่มีผิวหนังและไขมันส่วนเกินหรือหนังตาหย่อนมาก แพทย์จะกรีดผิวหนังบริเวณเปลือกตาเพื่อนำไขมันและเนื้อส่วนเกินออก แล้วสร้างรอยพับใหม่ให้ถาวร โดยซ่อนแนวแผลไว้ในรอยพับชั้นตา ทำให้แทบมองไม่เห็นรอยแผลเมื่อหายดี

ไม่ว่าคุณจะเลือกเทคนิคใด จุดประสงค์คือการสร้างดวงตาที่สดใส มีมิติ และสื่ออารมณ์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

จุดเด่นและประโยชน์ของการผ่าตัด

การทำตาสองชั้นที่ Nida Esth’ International มอบผลลัพธ์มากกว่าความงามภายนอก เพราะยังช่วยปรับการทำงานของเปลือกตาและเพิ่มความมั่นใจอย่างแท้จริง

  • ดวงตาดูกลมโต สดใส และอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ชั้นตาชัดขึ้นโดยยังคงความเป็นธรรมชาติ
  • แก้ไขปัญหาชั้นตาไม่เท่ากัน
  • ลดอาการหนังตาหย่อนที่บดบังการมองเห็น
  • ลดความรู้สึกหนักเปลือกตา ทำให้ลืมตาได้สบายขึ้น
  • ช่วยให้การแต่งตาง่ายขึ้นและติดทนนาน
  • ผลลัพธ์ถาวร ไม่กลับมาชั้นหลุดง่าย
  • รอยแผลเรียบเนียนและจางหายจนแทบมองไม่เห็น
  • เสริมบุคลิกภาพให้ดูสดใสและมั่นใจมากขึ้น
  • ดวงตาดูมีชีวิตชีวา เหมาะกับผู้ที่ต้องพบปะผู้คนหรือทำงานด้านสื่อสารภาพลักษณ์

ขั้นตอนและหลักการทำงาน

ที่ Nida Esth’ International ทุกขั้นตอนของการผ่าตัดถูกออกแบบด้วยความละเอียด เพื่อให้ได้ชั้นตาที่สวยกลมกลืนกับใบหน้ามากที่สุด

ขั้นตอนที่ 1: การปรึกษาและออกแบบชั้นตา
หมอปิยะจะวิเคราะห์ลักษณะตาอย่างละเอียด เช่น ความหนาของเปลือกตา ระยะห่างของคิ้ว และความไม่สมมาตรของใบหน้า จากนั้นใช้ ระบบจำลองภาพ 3 มิติ (3D Simulation) เพื่อให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดเห็นภาพก่อนตัดสินใจ

ขั้นตอนที่ 2: การให้ยาชาและเตรียมผ่าตัด
ใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการให้ยาคลายกังวล เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายและไม่เจ็บระหว่างการผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 3: การสร้างรอยพับชั้นตา
ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือก แพทย์จะเย็บไหมหรือกรีดเปิดเล็กน้อยเพื่อตัดผิวและไขมันส่วนเกิน แล้วสร้างรอยพับใหม่ที่เหมาะสมกับสัดส่วนของดวงตาแต่ละคน

ขั้นตอนที่ 4: การพักฟื้นและดูแลหลังผ่าตัด
หลังทำสามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียว อาการบวมเล็กน้อยจะค่อยๆ ลดลงภายใน 3–5 วัน และรอยชั้นตาจะเข้าที่ภายใน 2–4 สัปดาห์

บริเวณที่สามารถทำการผ่าตัดได้

ศัลยกรรมตาสองชั้นเน้นเฉพาะ บริเวณเปลือกตาบน เท่านั้น ในบางรายอาจเลือกทำร่วมกับหัตถการอื่น เช่น

  • ศัลยกรรมถุงใต้ตา (Lower Blepharoplasty) เพื่อขจัดความหมองคล้ำใต้ตา
  • เปิดหัวตา (Epicanthoplasty) เพื่อขยายหัวตาให้ดวงตาดูกลมโตและยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ผู้ที่เหมาะสมกับการทำตาสองชั้น

✅ ผู้ที่มีตาชั้นเดียวและต้องการเพิ่มรอยพับชั้นตาให้ชัดเจน
✅ ผู้ที่มีชั้นตาไม่เท่ากันหรือหนังตาตก
✅ ผู้ที่รู้สึกว่าดวงตาดูเล็ก ล้า หรือไม่สดใส
✅ ผู้ที่มีหนังตาหย่อนจนบดบังการมองเห็นบางส่วน
✅ สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่รบกวนการสมานแผล
✅ ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและเข้ากับลักษณะใบหน้า

เหมาะสำหรับทั้งชายและหญิงในช่วงอายุระหว่าง 18–60 ปี

✅ ผู้ที่มีตาชั้นเดียวและต้องการ
เพิ่มรอยพับชั้นตาให้ชัดเจน

✅ ผู้ที่มีชั้นตาไม่เท่ากันหรือหนังตาตก

✅ ผู้ที่รู้สึกว่าดวงตาดูเล็ก ล้า หรือไม่สดใส

✅ ผู้ที่มีหนังตาหย่อนจน
บดบังการมองเห็นบางส่วน

✅ สุขภาพร่างกายแข็งแรง
ไม่มีโรคประจำตัวที่รบกวนการสมานแผล

✅ ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
และเข้ากับลักษณะใบหน้า

เหมาะสำหรับทั้งชายและหญิงในช่วงอายุระหว่าง 18–60 ปี

Nida Esth

เพิ่มเพื่อนเพื่อ
รับสิทธิ์พิเศษ

เฉพาะผู้ที่ทำการนัดหมายและเข้ารับบริการ
Skin Treatment Program

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ติดต่อเราวันนี้

โทร:: +662-252-221

เวลาทำการ:

อังคาร – เสาร์ 9:00 – 18:00 น.
อาทิตย์ – จันทร์ 9:00 – 17:00 น.

กระบวนการเตรียมตัวและดูแลหลังผ่าตัด

กระบวนการ
เตรียมตัวและดูแลหลังผ่าตัด

ก่อนการผ่าตัด
      • หลีกเลี่ยงยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน วิตามินอี อย่างน้อย 10 วัน
      • งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัด 2–4 สัปดาห์
      • พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมากๆ

วันผ่าตัด
      • ใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1.5 ชั่วโมง
      • ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่และยาคลายกังวล
      • หลังผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้เลยโดยไม่ต้องนอนพัก

หลังผ่าตัด
      • ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมใน 48 ชั่วโมงแรก
      • หลีกเลี่ยงการขยี้ตาและแต่งหน้าในสัปดาห์แรก
      • สามารถกลับไปทำงานเบาๆ ได้ภายใน 2–3 วัน
      • รอยบวมและช้ำจะค่อยๆ หายภายใน 7–10 วัน และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 3–4 สัปดาห์

การติดตามผล
Nida Esth’ มีการนัดตรวจติดตาม ดูแลแผล และใช้เลเซอร์ลดรอยแผลหากจำเป็น เพื่อให้ผลลัพธ์สุดท้ายเรียบเนียนและสมบูรณ์แบบที่สุด

บทสรุป

“ดวงตา” คือหน้าต่างแห่งความรู้สึกและบุคลิกภาพ การผ่าตัดตาสองชั้นที่ Nida Esth’ International จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการสร้างรอยพับ แต่คือการคืนความสดใสและสมดุลให้กับใบหน้าอย่างมีศิลปะ

ด้วยประสบการณ์ยาวนานของ หมอปิยะ รังรักษ์ศิริ และเทคนิคที่ละเอียดอ่อนระดับไมโคร Nida Esth’ International มอบผลลัพธ์ที่งดงามเป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และยั่งยืน

ศัลยกรรมตาสองชั้นที่ Nida Esth’ International — เพื่อดวงตาที่เปล่งประกาย สะท้อนความมั่นใจ และเผยความงามที่แท้จริงในแบบของคุณ

คำถามที่พบบ่อย

การทำตาสองชั้นเจ็บไหม?

ไม่เจ็บ เพราะใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาคลายกังวล ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะรู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อยเท่านั้น

แน่นอน ที่ Nida Esth’ เราออกแบบรอยพับให้เหมาะกับสัดส่วนของใบหน้าและรูปตา ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้กลมกลืนและดูเป็นธรรมชาติที่สุด

เทคนิคแบบกรีดจะให้ผลลัพธ์ถาวร ส่วนเทคนิคเย็บไหมจะอยู่ได้หลายปี และสามารถปรับแก้ได้หากต้องการ

สามารถแต่งตาได้หลังจากแผลหายดีประมาณ 7–10 วัน

รอยแผลซ่อนอยู่ในรอยพับของชั้นตา เมื่อแผลหายดีจะเรียบเนียนจนแทบมองไม่เห็น

ได้ เช่น ศัลยกรรมจมูก เสริมคาง หรือยกกระชับหน้า เพื่อปรับสมดุลของใบหน้าโดยรวม แพทย์จะเป็นผู้ประเมินให้เหมาะกับแต่ละบุคคล