บริการศัลยกรรม

ศัลยกรรมถุงใต้ตา (Under-Eye Bag Surgery)

ศัลยกรรมถุงใต้ตา
(Under-Eye Bag Surgery)

แนะนำโปรแกรม

“ถุงใต้ตา” — ปัญหาเล็ก ๆ ที่ส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อภาพลักษณ์และความมั่นใจของใครหลายคน ดวงตาที่บวม คล้ำ หรือหย่อนคล้อย มักทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แม้จะพักผ่อนเต็มที่ก็ตาม และยิ่งเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ผิวหนังและกล้ามเนื้อรอบดวงตาก็เริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น ไขมันใต้ตาเคลื่อนตัวออกมาด้านหน้า กลายเป็น “ถุงใต้ตา” ที่เห็นได้ชัด

ที่ Nida Esth’ International การผ่าตัดถุงใต้ตา หรือที่เรียกว่า Lower Blepharoplasty ดำเนินการโดย หมอปิยะ รังรักษ์ศิริ ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญระดับสากล สมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งนานาชาติ (ISAPS) การผ่าตัดนี้มีเป้าหมายเพื่อคืนความสดชื่นให้กับดวงตา โดยการปรับตำแหน่งไขมันส่วนเกินให้เรียบเนียน ตัดผิวหนังส่วนที่หย่อนคล้อยออก และฟื้นฟูผิวใต้ตาให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ดวงตาที่ดูสดใส อ่อนเยาว์ และมีชีวิตชีวา – โดยไม่เปลี่ยนรูปลักษณ์เดิมของคุณ แต่เพียงทำให้คุณดูเหมือนได้พักผ่อนเต็มที่ตลอดเวลา

อัปเดตเทรนด์ความงาม

เทรนด์ความงามปี 2025 มุ่งสู่ “ความอ่อนเยาว์แบบเป็นธรรมชาติ” (Natural Fresh Look)
ไม่เน้นการดึงตึงจนแข็ง แต่เน้นการฟื้นฟูให้ใบหน้าและดวงตาดูสดใสอย่างกลมกลืน

“ดวงตา” กลายเป็นจุดสำคัญของการดูแลความงามในยุคนี้ โดยเฉพาะในโลกที่เราต้องพบปะผ่านหน้าจอทุกวัน ไม่ว่าจะประชุมออนไลน์ ถ่ายรูป หรือวิดีโอคอล ถุงใต้ตาและความหมองคล้ำสามารถทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้า และลดทอนความมั่นใจได้อย่างมาก

ศัลยกรรมถุงใต้ตาในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงการ “ตัดออก” แต่คือ “การปรับโครงสร้างใหม่” (Recontouring) เพื่อให้ผิวและไขมันใต้ตาดูสมดุล เรียบเนียน และดูสดชื่นโดยไม่สูญเสียความเป็นธรรมชาติ

ที่ Nida Esth’ International หมอปิยะผสมผสานเทคนิคจุลศัลยกรรม (Micro-incision) ร่วมกับเทคนิคการ เคลื่อนย้ายไขมัน (Fat Repositioning) และ เลเซอร์ฟื้นฟูผิว เพื่อผลลัพธ์ที่เรียบเนียน ปลอดแผลเป็น และดูเป็นธรรมชาติสูงสุด

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

หมอปิยะ รังรักษ์ศิริ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง กล่าวว่า

“ถุงใต้ตาไม่ได้เกิดจากการนอนน้อยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างไขมันใต้ตาที่เคลื่อนตัวออกมาจากผนังกล้ามเนื้อและผิวหนังที่เริ่มหย่อน การรักษาที่ถูกต้องจึงต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่เอาไขมันออก แต่ต้องจัดระเบียบใหม่ให้สมดุลและเป็นธรรมชาติ”

หมอปิยะเน้นย้ำว่า การศัลยกรรมใต้ตายุคใหม่ต้องใช้แนวคิด “Preserve, not remove” หรือ “เก็บรักษา ไม่ใช่ตัดทิ้ง”
เนื่องจากในอดีต การเอาไขมันออกมากเกินไปทำให้ตาดูลึก โบ๋ หรือขาดความมีชีวิตชีวา
เทคนิคปัจจุบันจึงเน้นการย้ายไขมันไปเติมเต็มร่องน้ำตา (Tear Trough) เพื่อให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนต่อเนื่องกับแก้ม

“ดวงตาคือจุดที่คนมองเห็นก่อนเสมอ” หมอปิยะกล่าว
“เป้าหมายของผมคือทำให้คนไข้ดูสดใสขึ้นโดยไม่มีใครรู้ว่าเคยทำศัลยกรรม”

หมอปิยะ รังรักษ์ศิริ ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง กล่าวว่า

“ถุงใต้ตาไม่ได้เกิดจากการนอนน้อยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างไขมันใต้ตาที่เคลื่อนตัวออกมาจากผนังกล้ามเนื้อและผิวหนังที่เริ่มหย่อน การรักษาที่ถูกต้องจึงต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่เอาไขมันออก แต่ต้องจัดระเบียบใหม่ให้สมดุลและเป็นธรรมชาติ”

หมอปิยะเน้นย้ำว่า การศัลยกรรมใต้ตายุคใหม่ต้องใช้แนวคิด “Preserve, not remove” หรือ “เก็บรักษา ไม่ใช่ตัดทิ้ง” เนื่องจากในอดีต การเอาไขมันออกมากเกินไปทำให้ตาดูลึก โบ๋ หรือขาดความมีชีวิตชีวา เทคนิคปัจจุบันจึงเน้นการย้ายไขมันไปเติมเต็มร่องน้ำตา (Tear Trough) เพื่อให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียนต่อเนื่องกับแก้ม

“ดวงตาคือจุดที่คนมองเห็นก่อนเสมอ” หมอปิยะกล่าว “เป้าหมายของผมคือทำให้คนไข้ดูสดใสขึ้นโดยไม่มีใครรู้ว่าเคยทำศัลยกรรม”

BEFORE and AFTER GALLERY

Nida Esth

เพิ่มเพื่อนเพื่อ
รับสิทธิ์พิเศษ

เฉพาะผู้ที่ทำการนัดหมายและเข้ารับบริการ
Skin Treatment Program

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ติดต่อเราวันนี้

โทร:: +662-252-221

เวลาทำการ:

อังคาร – เสาร์ 9:00 – 18:00 น.
อาทิตย์ – จันทร์ 9:00 – 17:00 น.

ศัลยกรรมถุงใต้ตาคืออะไร?

ศัลยกรรมถุงใต้ตา (Under-Eye Bag Surgery) หรือ Lower Blepharoplasty คือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาถุงใต้ตา หนังตาล่างหย่อน และรอยย่นใต้ดวงตา
สาเหตุหลักมาจากไขมันในเบ้าตาที่เคลื่อนตัวออกมาด้านหน้า รวมกับผิวหนังที่สูญเสียความกระชับตามอายุ

การผ่าตัดจะช่วย:

  • กำจัดหรือย้ายตำแหน่งไขมันที่โป่ง
  • ตัดและกระชับผิวหนังที่หย่อน
  • ปรับร่องใต้ตาให้เรียบเนียน
  • ลดริ้วรอยและรอยย่นรอบดวงตา

ที่ Nida Esth’ International มีเทคนิคการผ่าตัด 2 แบบหลัก ได้แก่ Under-Eye Bag Surgery

  1. Transconjunctival Blepharoplasty – ผ่าจากด้านในเปลือกตา ไม่มีแผลภายนอก เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวยังตึง
  2. Subciliary Blepharoplasty – ผ่าตัดจากแนวขนตาล่าง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหนังหย่อนมาก

หมอปิยะจะเป็นผู้ประเมินว่าแบบใดเหมาะสมกับลักษณะดวงตาและอายุของแต่ละคน เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติที่สุด

จุดเด่นของการทำศัลยกรรมถุงใต้ตา

ขั้นตอนการทำงานของการผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 1: การวิเคราะห์และออกแบบ
ก่อนผ่าตัด หมอปิยะจะใช้ เทคโนโลยี AI Vectra 3D Simulation เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างรอบดวงตา ปริมาณไขมัน และสภาพผิว เพื่อออกแบบแผนการผ่าตัดที่เหมาะสมและแม่นยำที่สุด

ขั้นตอนที่ 2: การระงับความรู้สึก
ใช้ ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับอ่อน ๆ หรือ ดมยาสลบ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเคส

ขั้นตอนที่ 3: เทคนิคการเปิดแผล
       • แบบ Transconjunctival – เปิดแผลภายในเปลือกตาล่าง ไม่มีแผลภายนอก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีผิวหย่อนมาก
       • แบบ Subciliary – เปิดแผลเล็กบริเวณแนวขนตาล่าง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตัดผิวส่วนเกินออก

ขั้นตอนที่ 4: การปรับตำแหน่งไขมัน (Fat Repositioning)
หมอปิยะจะ ย้ายไขมันที่โป่งออกมาปิดร่องใต้ตา แทนการเอาออกทั้งหมด เพื่อให้ได้ผิวใต้ตาที่เรียบต่อเนื่องและไม่โบ๋

ขั้นตอนที่ 5: การกระชับกล้ามเนื้อและผิวหนัง
กล้ามเนื้อรอบดวงตาจะถูกกระชับอย่างละเอียด พร้อมตัดผิวส่วนเกินเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ดวงตาดูเรียบตึงโดยยังคงความเป็นธรรมชาติ

ขั้นตอนที่ 6: การเย็บปิดแผลและพักฟื้น
ใช้ไหมขนาดเล็กมาก เย็บละเอียด และตัดไหมใน 5–7 วันหลังผ่าตัด พร้อมให้คำแนะนำการดูแลอย่างใกล้ชิด

บริเวณที่สามารถทำได้

ศัลยกรรมถุงใต้ตาทำในบริเวณ:

  • หนังตาล่าง
  • ไขมันที่โป่งใต้ตา
  • ร่องใต้ตา (Tear Trough)
  • ผิวหนังใต้ดวงตาที่หย่อนคล้อย

ผู้ที่เหมาะกับการทำศัลยกรรมถุงใต้ตา

คุณอาจเป็นผู้ที่เหมาะกับการทำศัลยกรรมถุงใต้ตา หากคุณมีลักษณะดังนี้:

• มีถุงใต้ตาเด่นชัดหรือบวมอยู่ตลอดเวลา
• มีรอยย่น ผิวหย่อน หรือดูหมองคล้ำใต้ดวงตา
• รู้สึกว่าดวงตาทำให้หน้าดูเหนื่อยล้าไม่สดใส
• สุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง และไม่สูบบุหรี่
• เคยลองฟิลเลอร์หรือเลเซอร์แล้วผลไม่ถาวร
• ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและเป็นธรรมชาติ

คุณอาจเป็นผู้ที่เหมาะกับการทำศัลยกรรมถุงใต้ตา หากคุณมีลักษณะดังนี้:

• มีถุงใต้ตาเด่นชัดหรือบวมอยู่ตลอดเวลา

• มีรอยย่น ผิวหย่อน หรือดูหมองคล้ำใต้ดวงตา

• รู้สึกว่าดวงตาทำให้หน้าดูเหนื่อยล้าไม่สดใส

• สุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง
และไม่สูบบุหรี่

• เคยลองฟิลเลอร์หรือเลเซอร์แล้วผลไม่ถาวร

• ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานและเป็นธรรมชาติ

Nida Esth

เพิ่มเพื่อนเพื่อ
รับสิทธิ์พิเศษ

เฉพาะผู้ที่ทำการนัดหมายและเข้ารับบริการ
Skin Treatment Program

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ติดต่อเราวันนี้

โทร:: +662-252-221

เวลาทำการ:

อังคาร – เสาร์ 9:00 – 18:00 น.
อาทิตย์ – จันทร์ 9:00 – 17:00 น.

กระบวนการรักษา

ก่อนผ่าตัด

  • 4 สัปดาห์ก่อน: หยุดยาแอสไพริน วิตามินอี และสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
  • 2 สัปดาห์ก่อน: งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
  • 1 สัปดาห์ก่อน: ตรวจร่างกายและถ่ายภาพเพื่อใช้วางแผน
  • 1 วันก่อนผ่าตัด: พักผ่อนให้เพียงพอและเตรียมผู้ดูแลหลังผ่าตัด

 

วันผ่าตัด

  • ใช้เวลาโดยเฉลี่ย 1–2 ชั่วโมง
  • ใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยานอนหลับหรือดมยาสลบ
  • สามารถกลับบ้านได้ภายในวันเดียว

 

หลังผ่าตัด

  • ประคบเย็น 48 ชั่วโมงแรกเพื่อลดบวม
  • รอยช้ำจะค่อย ๆ หายภายใน 7–10 วัน
  • สามารถแต่งหน้าและใส่คอนแทคเลนส์ได้หลัง 10–14 วัน
  • ผลลัพธ์เห็นชัดใน 4–6 สัปดาห์ และอยู่ได้นานหลายปี


ที่ Nida Esth’ International ยังมีการฟื้นฟูเพิ่มเติมด้วย เลเซอร์กระชับผิวรอบดวงตา หรือ PRP Growth Factor Therapy เพื่อเร่งการสมานแผลและลดรอยคล้ำใต้ตา

สรุป

ศัลยกรรมถุงใต้ตาไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาความงาม แต่คือการคืนความมั่นใจและความสดใสให้ดวงตาอีกครั้ง
ภายใต้ความเชี่ยวชาญของ หมอปิยะ รังรักษ์ศิริ ที่ Nida Esth’ International ทุกขั้นตอนถูกออกแบบอย่างละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และกลมกลืนกับใบหน้า

เทคนิคการผ่าตัดที่ละเอียด ประณีต และทันสมัย รวมกับการดูแลแบบเฉพาะบุคคล คือเหตุผลที่คนไข้จากทั่วโลกไว้วางใจเลือก Nida Esth’ International เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้กับดวงตา — ดวงตาที่สะท้อนความมั่นใจ ความสดใส และความงามเหนือกาลเวลา

ศัลยกรรมถุงใต้ตาไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาความงาม แต่คือการคืนความมั่นใจและความสดใสให้ดวงตาอีกครั้ง ภายใต้ความเชี่ยวชาญของ หมอปิยะ รังรักษ์ศิริ ที่ Nida Esth’ International ทุกขั้นตอนถูกออกแบบอย่างละเอียด เพื่อให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และกลมกลืนกับใบหน้า

เทคนิคการผ่าตัดที่ละเอียด ประณีต และทันสมัย รวมกับการดูแลแบบเฉพาะบุคคล คือเหตุผลที่คนไข้จากทั่วโลกไว้วางใจเลือก Nida Esth’ International เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้กับดวงตา — ดวงตาที่สะท้อนความมั่นใจ ความสดใส และความงามเหนือกาลเวลา

คำถามที่พบบ่อย

ผ่าตัดเจ็บไหม?

ไม่เจ็บครับ เพราะใช้ยาชาและยานอนหลับระหว่างผ่าตัด หลังผ่าจะรู้สึกตึงเล็กน้อยเท่านั้น

หากใช้เทคนิคแผลใน ไม่มีแผลภายนอกเลย ส่วนแผลนอกจะซ่อนแนวขนตาและจางหายในเวลาไม่นาน

โดยทั่วไป 7–10 วันสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ

ได้ เช่น ศัลยกรรมหนังตาบน ฉีดไขมันหน้า หรือเลเซอร์รอบดวงตา เพื่อฟื้นฟูครบทุกมิติ

โดยเฉลี่ย 8–10 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับอายุและการดูแลผิว

ฟิลเลอร์เหมาะกับผู้ที่มีร่องตาเล็ก ส่วนศัลยกรรมเหมาะกับผู้ที่มีถุงไขมันมาก ให้ผลถาวรกว่า

ไม่ครับ หมอปิยะเน้นการฟื้นฟู ไม่เปลี่ยนรูปตาเดิม แต่ทำให้ดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น