บริการศัลยกรรม
Lip Surgery
ที่ Nida Esth’ International กรุงเทพฯ
แนะนำโปรแกรม
ริมฝีปากเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่แสดงอารมณ์และดึงดูดสายตาที่สุดบนใบหน้า มีบทบาทสำคัญทั้งในการสื่อสาร การแสดงอารมณ์ และความงามโดยรวม ริมฝีปากที่ได้รูปสมดุลช่วยเสริมความกลมกลืนของใบหน้า เพิ่มความมั่นใจ และสร้างความประทับใจที่ยาวนาน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่เกิดมาพร้อมริมฝีปากที่ตรงตามอุดมคติ และแม้แต่ผู้ที่เคยมีริมฝีปากอิ่มเยาว์ตามธรรมชาติ ก็อาจสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงจากอายุ พันธุกรรม หรือไลฟ์สไตล์
ที่ Nida Esth’ International กรุงเทพฯ นพ. ปิยะ รุ่งรุจิศิริ ศัลยแพทย์ตกแต่งชื่อดังด้วยประสบการณ์กว่า 26 ปี ให้บริการศัลยกรรมริมฝีปากขั้นสูง ออกแบบมาเพื่อเสริม ปรับ หรือฟื้นฟูริมฝีปาก โดยคงความสมดุลตามธรรมชาติ ต่างจากโซลูชันชั่วคราวอย่างฟิลเลอร์ การผ่าตัดริมฝีปากให้ผลลัพธ์ยาวนาน ออกแบบเฉพาะกายวิภาคและเป้าหมายความงามของแต่ละคน
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความอิ่มเยาว์ ปรับกระจับ Cupid’s Bow ลดขนาดริมฝีปากที่หนาเกินไป หรือแก้ความไม่สมมาตร ศัลยกรรมริมฝีปากเป็นหนึ่งในหัตถการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการเปลี่ยนโฉมหน้าอย่างนุ่มนวลแต่ทรงพลัง
อัปเดตเทรนด์ความงาม
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อุตสาหกรรมความงามโลกเปลี่ยนนิยามความสวยไปอย่างมาก ยุคของริมฝีปากใหญ่เกินจริงผ่านพ้นไปแล้ว ปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากมาตรฐานความงามเกาหลีและเหล่าไอคอนพรมแดงฮอลลีวูด จึงเน้นความสมดุล สัดส่วน และความหรูหราตามธรรมชาติ
เทรนด์ความงามยุคใหม่เน้น:
- ความอิ่มนุ่มพอดี มากกว่าวอลุ่มที่เกินจริง
- กระจับ Cupid’s Bow ชัดเจน เสริมความเป็นผู้หญิง
- ริมฝีปากบน-ล่างสมดุล เข้ากับใบหน้า
- ริมฝีปากบนดูยกกระชับอ่อนเยาว์ ลดสัญญาณความชรา
โซเชียลมีเดียอย่าง Instagram และ TikTok ก็สะท้อนความนิยมนี้ เซเลบและอินฟลูเอนเซอร์ต่างโชว์ริมฝีปากที่ดูอ่อนเยาว์แต่กลมกลืนกับโครงหน้า ผู้รับบริการจึงต้องการผลลัพธ์ที่ไม่ดู “เติมเกิน” หรือ “ไม่ธรรมชาติ” แบบที่มักเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ และหันมาเลือกการผ่าตัดตกแต่งที่ให้ผลถาวร
ศัลยกรรมริมฝีปากจึงไม่ใช่เพียงการเสริมความงาม แต่ยังเป็นการชะลอวัย คืนวอลุ่มที่หายไป แก้ความหย่อนคล้อย และทำให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นโดยรวม
ความเห็นจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
จากคำบอกเล่าของ นพ. ปิยะ รังรักษ์ศิริ, :
“เวลาผ่าตัดริมฝีปาก ผมไม่ได้มองแค่ริมฝีปากอย่างเดียว แต่ประเมินทั้งใบหน้า ทั้งกรอบหน้า จมูก คาง และสัดส่วนโดยรวม ริมฝีปากไม่ควรโดดเด่นข่มใบหน้า แต่ควรเติมเต็มให้สมบูรณ์ เป้าหมายคือออกแบบริมฝีปากที่ดูเป็นธรรมชาติ สวยงามได้ยาวนาน และสะท้อนบุคลิกภาพของผู้รับบริการ”
ปรัชญานี้ตอกย้ำความสำคัญของการออกแบบเฉพาะบุคคลในทุกการรักษาที่ Nida Esth’ หมอปิยะผสานศิลปะเข้ากับความแม่นยำทางศัลยกรรม เพื่อสร้างริมฝีปากที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละคน ไม่ใช่สูตรสำเร็จรูปเดียวใช้กับทุกคน
ศัลยกรรมริมฝีปากคืออะไร?
ศัลยกรรมริมฝีปาก หรือการผ่าตัดปรับรูปทรงริมฝีปาก คือหัตถการความงามที่ออกแบบมาเพื่อปรับรูปลักษณ์ ขนาด และความสมดุลของริมฝีปาก แบ่งได้หลายแนวทาง:
1. การเสริมริมฝีปาก (Lip Augmentation) – เพิ่มวอลุ่มสำหรับริมฝีปากบาง หรือคืนความอิ่มที่หายไปตามวัย ทำได้ด้วยซิลิโคน (หรือวัสดุที่เข้ากับร่างกาย) หรือการเติมไขมันของตนเอง
2. การลดขนาดริมฝีปาก (Lip Reduction) – ปรับริมฝีปากที่หนาหรือยื่นเกินไป ให้สมส่วนกับใบหน้า
3. การยกริมฝีปาก (Lip Lift) – ลดระยะระหว่างริมฝีปากบนกับจมูก (Philtrum) ให้เห็นฟันบนมากขึ้นเวลายิ้ม ดูอ่อนเยาว์และสง่างาม
4. การผ่าตัดแก้ไข (Correction Surgery) – แก้ไขความผิดปกติจากอุบัติเหตุ ความผิดปกติแต่กำเนิด หรือการทำหัตถการครั้งก่อนที่ไม่ได้มาตรฐาน
เทคนิคเหล่านี้ทำเดี่ยวๆ หรือทำร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผู้รับบริการ
จุดเด่นที่สำคัญ
ศัลยกรรมริมฝีปากให้ประโยชน์ทั้งด้านความงามและจิตใจ:
- ความกลมกลืนของใบหน้า: ริมฝีปากที่สมดุลช่วยเสริมสัดส่วนใบหน้าโดยรวม
- ความอ่อนเยาว์: คืนความอิ่มที่หายไปตามวัย ลดลักษณะริมฝีปากแบนหรือหย่อนคล้อย
- ความชัดเจนเป็นธรรมชาติ: เน้นกระจับ Cupid’s Bow และสร้างขอบริมฝีปากที่สวยงาม
- แก้ความไม่สมมาตร: ปรับริมฝีปากที่ไม่เท่ากันให้รอยยิ้มดูกลมกลืนยิ่งขึ้น
- ผลลัพธ์ยาวนาน: ต่างจากฟิลเลอร์ที่ต้องเติมบ่อยๆ การผ่าตัดให้ผลที่ถาวร
- เสริมความมั่นใจ: ผู้รับบริการมักรู้สึกมั่นใจขึ้นทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน
ทำงานอย่างไร?
ศัลยกรรมริมฝีปากใช้เทคนิคต่างกันตามเป้าหมายของผู้รับบริการ:
- การเสริม: เปิดแผลเล็กในตำแหน่งซ่อนเร้น ใส่ซิลิโคนหรือเติมไขมันเพื่อความอิ่มธรรมชาติ การเติมไขมันเป็นที่นิยมเพราะใช้เนื้อเยื่อของผู้รับบริการเอง จึงลดความเสี่ยง
- การลดขนาด: ตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินจากด้านในริมฝีปาก เย็บซ่อนแผลให้เห็นน้อยที่สุด
- การยก: เปิดแผลทรง “Bullhorn” ใต้จมูก ตัดผิวหนังส่วนเกินเพื่อย่น Philtrum และยกริมฝีปากบน
- การแก้ไข: แก้ไขแผลเป็น ปรับความสมมาตร หรือนำฟิลเลอร์เดิมออก
ที่ Nida Esth’ เครื่องมือจำลองภาพขั้นสูงอย่าง Crisalix 3D ช่วยให้ผู้รับบริการเห็นผลลัพธ์ล่วงหน้า ตั้งความคาดหวังได้อย่างเหมาะสมและพึงพอใจ
ทำได้ที่ไหน?
ศัลยกรรมริมฝีปากทำที่ศูนย์ศัลยกรรมทันสมัยของ Nida Esth’ International กรุงเทพฯ ซึ่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ผู้รับบริการจะได้รับ:
• ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อมาตรฐานโรงพยาบาล
• วิสัญญีแพทย์และทีมผ่าตัดที่มากด้วยประสบการณ์
• การดูแลหลังผ่าตัดเฉพาะบุคคลในห้องพักฟื้นที่สะดวกสบาย
เหมาะสำหรับ
ผู้ที่เหมาะกับศัลยกรรมริมฝีปาก ได้แก่:
• ผู้ที่ริมฝีปากบางหรือไม่ได้รูปตามธรรมชาติ
• ผู้ที่ริมฝีปากหนาหรือไม่สมส่วนกับใบหน้า
• ผู้ที่มีความไม่สมมาตร รูปทรงผิดปกติ หรือมีแผลเป็น
• ผู้ใหญ่ที่สังเกตเห็นการสูญเสียวอลุ่มหรือริมฝีปากบนยื่นยาวตามวัย
• ผู้ที่ต้องการผลถาวรมากกว่าฟิลเลอร์ชั่วคราว
• ผู้ที่สุขภาพดีและมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผล
ขั้นตอนการรักษา
1. การปรึกษาและวางแผน
วิเคราะห์ใบหน้าโดยละเอียด โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Crisalix 3D หมอปิยะจะออกแบบรูปทรงริมฝีปากที่เหมาะกับแต่ละคน
2. การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
ตรวจสุขภาพเพื่อความพร้อม เลือกการระงับความรู้สึกเฉพาะที่หรือดมยาสลบตามความซับซ้อนของหัตถการ
3. ขั้นตอนการผ่าตัด
โดยทั่วไปใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิค แผลถูกซ่อนอย่างพิถีพิถัน
4. ระยะฟื้นตัว
อาการบวมช้ำมักหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ ผู้รับบริการส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติใน 3-5 วัน
5. การติดตามผล
นัดหมายติดตามเป็นระยะเพื่อให้แผลหายดีและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด พร้อมโปรแกรมดูแลหลังผ่าตัดเฉพาะบุคคล
สรุป
ศัลยกรรมริมฝีปากที่ Nida Esth’ International เป็นมากกว่าหัตถการความงาม แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบุคคลที่เสริมความงามตามธรรมชาติ คืนความอ่อนเยาว์ และให้ผลลัพธ์ยาวนาน ภายใต้ความเชี่ยวชาญของ นพ. ปิยะ รังรักษ์ศิริ, ผู้รับบริการมั่นใจได้ในแนวทางที่ปลอดภัย มีศิลปะ และออกแบบเฉพาะบุคคล เหนือกว่าการเสริมความงามชั่วคราว
สำหรับผู้ที่ต้องการปรับรอยยิ้ม ฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ หรือต้องการริมฝีปากที่กลมกลืนกับใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ ศัลยกรรมริมฝีปากคือหนึ่งในตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย
ศัลยกรรมริมฝีปากเจ็บไหม?
ไม่เจ็บ ทำภายใต้การระงับความรู้สึก อาการไม่สบายหลังผ่าตัดมีเพียงเล็กน้อยและควบคุมได้ด้วยยา
การพักฟื้นใช้เวลานานแค่ไหน?
การฟื้นตัวเบื้องต้นใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน โดยเห็นผลลัพธ์สมบูรณ์ภายใน 1-2 เดือน
จะมีแผลเป็นไหม?
แผลซ่อนอยู่ด้านในริมฝีปากหรือใต้จมูก จึงแทบมองไม่เห็น
ศัลยกรรมริมฝีปากแตกต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?
ฟิลเลอร์ให้ผลชั่วคราวและต้องเติมซ้ำ ขณะที่ศัลยกรรมให้การปรับรูปทรงและแก้ไขที่ถาวร
ศัลยกรรมริมฝีปากสามารถแก้ไขหรือทำให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้หรือไม่?
ซิลิโคนสามารถนำออกหรือปรับเปลี่ยนได้ แต่การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ จากการผ่าตัดมักถาวร จึงควรวางแผนกับศัลยแพทย์อย่างรอบคอบ
ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการทำศัลยกรรมริมฝีปาก?
ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ ผู้สูบบุหรี่ที่ไม่พร้อมเลิก หรือผู้ที่มีความคาดหวังเกินจริง อาจไม่เหมาะกับการผ่าตัดนี้
บทความที่เกี่ยวข้อง



โปรแกรมยกกระชับใบหน้า ’60 นาที’ ‘คงความอ่อนเยาว์’ ดุจดั่งซูเปอร์สตาร์ฮอลลีวูด
ทำไมซูเปอร์สตาร์วัย 61 อย